Up sales ด้วย รีวิวแกะกล่องสินค้า ยอดเพิ่มไม่รู้ตัว

unboxing-up-sale-2021

หากคุณเป็นคนนึงที่ชอบเล่นโซเชียลมีเดีย (Social Media) ไม่ว่าจะเป็น Youtube, Facebook, Instagram, Twitter หรือ TikTok ต้องเคยเห็น วิดีโอ Unboxing (unboxing-up-sale) ออกมารีวิวผ่านๆ ตา แต่ก็กลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคหลายคนหาดู ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ซึ่งจากสถิติแล้วผู้ชมมีโอกาสซื้อมากขึ้น 64-85 เปอร์เซ็นต์หลังจากดูคลิปจบ วันนี้น้องไอเดียเลยพามาดูว่าคลิปแกะกล่องดียังไง


  • ถ้าพิมพ์ #unboxing บน Instagram จะเห็นผลลัพธ์กว่า 2,745,206 โพสต์
  • ถ้าพิมพ์ unboxing ในช่องค้นหาของ YouTube จะแสดงผลการค้นหาเกือบ 90 ล้านรายการ และใน YouTube มีวิดีโอแกะกล่อง iPhone เพียงอย่างเดียว ก็มากถึง 14,800,000 คลิปแล้ว
  • สำหรับยอดเข้าชมใน TikTok มีถึง 24.9B นอกจากนี้ยังมีวิดีโอล่าสุดจากแฮชแท็ก: #unboxingvideo, #unboxing, #unboxing_video, #videounboxing, #unboxingvideo?, #unboxingvideos, #unboxingvideochallenge, #myunboxingvideo, #unboxvideo

คลิปแกะกล่อง ดีต่อแบรนด์อย่างไร

unboxing-up-sale-2021

วิดีโอแกะกล่อง (unboxing-up-sale) ผลิตภัณฑ์ได้กลายเป็นประสบการณ์สำคัญในการซื้อสินค้าออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์หรือนักช็อปต่างก็กระตือรือร้นที่จะได้เห็นของที่เพิ่งซื้อมา แล้วอวดมันกับเพื่อนหรือผู้ติดตามในโซเชียลมีเดีย เป็นโอกาสให้แบรนด์เป็นที่รู้จักของคนเหล่านั้นไปด้วยไงล่ะ โปรดจำไว้เสมอว่าผู้บริโภคทั่วไปมีเครือข่ายเพื่อนและคนรู้จัก

แน่นอนว่าการแกะกล่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้รับความนิยมมากที่สุด

แต่ถึงอย่างนั้นทุกวันนี้ก็มีการแกะกล่องตั้งแต่เครื่องสำอาง ของเล่น เสื้อผ้า ไปจนถึงอาหาร และถ้าค้นดีๆ จะเห็นคนรีวิวแกะกล่องขวดยาด้วย ถึงตอนนี้จึงกล้าบอกได้ว่าไม่ว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มไหนก็เหมาะกับการแกะกล่องทั้งนั้น

ซึ่ง Youtube บอกว่า 90% ของผู้ใช้งานบอกว่าพวกเขาเจอแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากคลิปเหล่านี้

สร้างความประทับใจด้วยบรรจุภัณฑ์

unboxing-up-sale-2021

เห็นได้ชัดๆ ว่าคลิปแกะกล่องได้รับความนิยมอย่างมาก แล้วจะทำให้ลูกค้าหรืออินฟลูเอนเซอร์หยิบผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เราไปทำคลิปแกะกล่องได้ยังไง ก็ต้องเริ่มด้วยบรรจุภัณฑ์นี่ล่ะ

แบรนด์ของคุณเป็นแบรนด์หรู หรือเป็นบริษัทที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือเป็นองค์กรเพื่อสังคม สิ่งที่ต้องทำคือถ่ายทอดแนวคิดและภาพลักษณ์ของแบรนด์ผ่านบรรจุภัณฑ์ และนี่คือสิ่งที่จะโดดเด่นที่สุดในคลิปแกะกล่อง

จากข้อมูลของ dotcom Distribution พบว่าผู้บริโภค 40% จะแชร์ภาพสินค้าบนโซเชียลมีเดียอีกก็ได้ถ้าของมาในแพ็กเกจที่ไม่ซ้ำเดิม

 เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ

ในการใช้ประโยชน์จากการที่คนยุคนี้ชอบดูคลิปรีวิวแกะกล่องสินค้า

  1. ใช้กล่องที่มีโลโก้แบรนด์ โอกาสที่คนจะรู้จักแบรนด์จะมีเพิ่มมากขึ้น
  2. ใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับแนวคิดหรือคุณค่าของแบรนด์ การใช้วัสดุที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้อาจทำให้ผู้บริโภคมองว่า “สิ้นเปลือง” ได้ ในทางตรงกันข้ามหากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนจะช่วยให้ปลูกฝังภาพของแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม
  3. คำนึงถึงสินค้าที่อยู่ข้างในด้วย วิธีการนำเสนอสินค้าในกล่องมีความสำคัญพอๆ กับภายนอก ต้องเลือกกล่องที่พอเหมาะกับขนาดและรูปทรงของผลิตภัณฑ์ บางผลิตภัณฑ์อาจต้องการช่องแบ่งภายในเพื่อช่วยจัดการการจัดวางผลิตภัณฑ์ให้ดูเป็นระเบียบ สวยงาม และปลอดภัยระหว่างการขนส่ง
  4. พิจารณาการให้ของแถมหรือตัวอย่างสินค้า สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะกลายเป็น “มูลค่าเพิ่ม” ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกประทับใจมากเป็นพิเศษ ทำให้ลูกค้าชื่นชอบแบรนด์และนำไปสู่การซื้อซ้ำ
  5. ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นคนพิเศษ ปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มกิมมิคเล็กๆ น้อยๆ สำหรับลูกค้าแต่ละราย อาจจะเป็นการ์ดเขียนด้วยลายมือ หรือใส่ชื่อเขาลงไปในการ์ดสักหน่อย ลูกค้าจะรู้สึกว่าแบรนด์ให้ความสำคัญกับเขา
  6. ชี้ช่องให้ลูกค้าแชร์ บางคนอาจไม่คิดจะโพสต์ภาพหรือวิดีโอการแกะกล่อง แต่แบรนด์สามารถโน้มน้าวพวกเขาได้ ลองใช้แฮชแท็กเพื่อให้เขาแท็กในโซเชียลมีเดีย หรือเสนอของแจกเพื่อกระตุ้นการแชร์

ด้วยวิธีเหล่านี้ก็ทำให้ธุรกิจเล็กๆ สามารถมอบประสบการณ์อันน่าจดจำให้กับลูกค้า ไปพร้อมกับการดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ ได้แล้ว

วิธีใช้ “กล่องสุ่ม” เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ

ชื่อของ “กล่องสุ่ม” แน่นอนว่านี่คือเทรนด์การตลาดที่กำลังมาแรงอย่างมาก และดูจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆด้วย รูปแบบของกล่องสุ่มคือการขายที่ผู้ขายจะใส่สินค้าต่างๆ ไว้ในกล่อง โดยสินค้ามีทั้งแบบแบ่งเป็นหมวดหมู่และแบบคละสินค้า ผู้ซื้อไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้ว่าในกล่องมีอะไรบ้าง เพื่อให้ลูกค้าได้ลุ้นว่าสินค้าที่จะได้เป็นอะไร โดยที่ข้างในอาจจะมีสินค้าแบรนด์แนม สิ่งของที่มูลค่ามากกว่าหรืออาจจะน้อยกว่าที่จ่ายเงินซื้อไป หรือ อาจจะสุ่มแจกกล่องสุ่มเพื่อเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย

“Mysterious Box” หรือ กล่องสุ่ม เป็นเทรนด์ที่คนไทยเริ่มรู้จักไม่นานนี้แต่ที่จริงต้นกำเนิดกล่องสุ่มมีมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 แน่นอนว่าเทรนด์นี้เป็นการตลาดที่เริ่มในประเทศญี่ปุ่นที่มาของกล่องสุ่มใช้หลักการเดียวกับ

ถุงโชคดี หรือ Lucky bag (ภาษาญี่ปุ่นใช้คำว่า ฟุกุบุคุโระ) คือ สินค้าที่วางขายโดยการคละสินค้าไว้ในถุง และผู้ซื้อนั้นไม่รู้ว่าข้างในนั้นมีอะไรบ้าง ลักษณะก็คล้ายกับ “กาชาปอง” ที่เป็นของที่ซ่อนอยู่ในลูกบอลพลาสติก โดยโฆษณาขายกล่องสุ่ม

เรามักจะเห็นสิ่งแรกที่ถูกพูดถึงคือเรื่องราคา ที่สื่อถึงความคุ้มค่ากับการลุ้น เช่น จ่ายเพียง 399 บาท สามารถลุ้นของที่มีมูลค่ามากกว่า 500 บาท เป็นต้น สิ่งที่ผู้ขายควรให้ความสำคัญมากๆ คือเรื่องต้นทุนของสินค้าที่จะใส่เข้าไปในกล่องสุ่ม ว่ามีส่วนต่างของต้นทุนกับราคาอยู่ในระดับที่ยังได้กำไรตามเป้าหมาย แต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะเลือกสินค้าที่มีดูคุ้มค่าเกินราคา เพื่อทำไม่ทำให้ลูกค้าที่กำลังตั้งตารอผิดหวังในเวลาเดียวกันด้วย

ตัวอย่าง “ธุรกิจ” ที่ใช้ “กล่องสุ่ม” เพิ่มยอดขาย

1.กล่องสุ่มสายสุขภาพ

White Organic Market เป็นธุรกิจสายสุขภาพได้ทำกล่องสุ่มขายในชื่อ O Box มีอยู่ 4 แบบให้เลือกสุ่ม คือ กล่องสลัดออร์แกนิก, กล่องผักสวนครัวออร์แกนิก, กล่องผลไม้ออร์แกนิกและปลอดสาร, กล่องออร์แกนิครวมโดยแต่ละกล่องจะเป็นผักและผลไม้ตามฤดูกาล ขายในราคาเหมาๆ กล่องละ 500 บาท กินได้ทั้งสัปดาห์ โดยในกรุงเทพฯ คิดค่าส่งที่ 50 บาท ส่วนต่างจังหวัดเนื่องจากต้องใช้รถควบคุมอุณหภูมิจึงมีค่าส่งสูงขึ้นที่ 190 บาท

2.กล่องสุ่มอาหารทะเล

ยกตัวอย่างเจ้าของร้านทะเลมือถือ-ปลาทะเลออนไลน์ ที่ได้ทำกล่องสุ่มอาหารทะเลผ่านออนไลน์และเพียง 1 สัปดาห์ ทางร้านก็มียอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวโดยมีออร์เดอร์สูงสุดถึง 500 กล่องต่อวัน ทั้งในกรุงเทพฯ เเละต่างจังหวัด ปัจจุบันรายได้ต่อวันถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีผู้ประกอบร้านอาหารทะเลหลายแห่งที่เริ่มใช้กลยุทธ์นี้กันมากขึ้น

3.กล่องสุ่มสินค้าอุปโภค

สินค้าในเครือ Lion ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคสารพัดแบรนด์ เช่น ผงซักฟอกเปา, ยาสีฟันซอลท์, น้ำยาล้างจานไลปอนเอฟ, สบู่ล้างมือคิเรอิคิเรอิ ฯลฯ มีการจัดกล่องสุ่ม 2 ราคาให้ซื้อเมื่อวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา และจำกัดจำนวนแค่ 2,000 กล่องเท่านั้น โดยแบ่งเป็นกล่องราคา 399 บาท จะได้สินค้ามูลค่าไม่ต่ำกว่า 900 บาท และกล่องราคา 699 บาท ได้สินค้ามูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,600 บาท

4.กล่องสุ่มสินค้าอิเลคทรอนิคส์

ร้าน TG FONE จำหน่ายกล่องสุ่มหลายราคาตั้งแต่ 199-999 บาท แต่ของในกล่องจะไม่ได้มีเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีการผสมสินค้าจิปาถะอื่นๆ เข้ามาด้วย ยกตัวอย่างจากลูกค้าที่ซื้อกล่องสุ่ม 199 บาท อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้เป็นหูฟังกับสายรัดข้อมือวัดการเต้นของหัวใจ แต่ในกล่องยังมีถุงเท้า ถาดทำน้ำแข็ง ฯลฯ ติดมาด้วย หรือกล่องสุ่ม 999 บาท มีลูกค้าที่ได้ลำโพง โทรศัพท์มือถือแบบปุ่มกด และของจิปาถะเป็นช้อนส้อม สมุดจด รองเท้าแตะ ฯลฯ ในกล่องเดียว

5.กล่องสุ่มหมูกระทะ

โดยเจ้าแรกที่ทำคือร้านหมูกระทะ พุงแหก เปิดตัวกับกล่องสุ่มราคา 299 บาท แต่ได้วัตถุดิบแบบอิ่มขนาด3-4 คน หรือร้านอลังการหมูกระทะที่ทำกล่องสุ่มออกมาให้ลุ้นเช่นกัน ราคาไม่ต่างกันคือ 299 บาท ในกล่องมีทั้งหมู กุ้ง ปูอัด ไส้กรอก ปลาหมึก ลูกชิ้นต่างๆ รวมถึงผักและน้ำจิ้ม ใครที่เป็นสายหมูกระทะรับรองว่าคุ้มค่ามาก แต่ทั้งนี้จากกระแสกล่องสุ่มที่มาแรงเหลือเกินก็มีคำเตือนออกมาว่าอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.การพนัน ซึ่งมีทั้งโทษจำคุกและปรับตามอัตรากฎหมายกำหนด รวมถึงผู้ที่ทำกล่องสุ่มควรให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพเพราะถ้า สินค้าไม่เหมือนกับที่รีวิวหรือโฆษณา หรือได้สินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่าราคาที่จ่ายไปอาจเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชนตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค เนื่องจากมีการก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด ความคุ้มค่า การโฆษณา ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง และอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย

แหล่งข้อมูล :
blog.fiverr.com
medium.com
bigcommerce.com
refinepackaging.com
smethailandclub.com
thaismescenter.com

Recent Posts

เมนู